แบบก่อสร้างคืออะไร? เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มสร้างบ้าน

แบบก่อสร้าง

ก่อนเริ่มต้นสร้างบ้านสักหลัง แบบก่อสร้างเป็นหัวใจสำคัญที่วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง ช่างก่อสร้าง รวมถึงเจ้าของบ้านอย่างเราต้องใช้ร่วมกัน เพราะทุกรายละเอียดของโครงสร้างและการออกแบบบ้านล้วนเริ่มต้นจากตรงนี้ เพื่อให้การสร้างบ้านตรงสเปกและตามแบบอย่างถูกต้อง

ในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแบบก่อสร้างอย่างละเอียดกัน ตั้งแต่ความสำคัญ ประเภท ไปจนถึงวิธีการอ่านแบบเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าของบ้านเตรียมตัวก่อนสร้างบ้านได้ดีขึ้น และคุยกับทีมก่อสร้างได้เข้าใจมากกว่าเดิม 


Key Takeaways

  • แบบก่อสร้าง คือเอกสารที่รวมรายละเอียดการออกแบบและก่อสร้างทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงระบบประปาและสุขาภิบาล
  • แบบก่อสร้างมี 5 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ แบบสถาปัตย์ แบบตกแต่งภายใน แบบวิศวกรรม แบบไฟฟ้า และแบบระบบประปา แต่ละแบบมีหน้าที่และผู้ใช้งานต่างกัน
  • แบบก่อสร้างกับแบบขออนุญาตก่อสร้างมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานต่างกัน และใช้งานกันคนละช่วงเวลา


แบบก่อสร้างคืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับงานก่อสร้าง?

แบบก่อสร้าง คือชุดเอกสารที่จัดทำขึ้นโดยสถาปนิกและวิศวกร เพื่ออธิบายรายละเอียดของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างออกมาในรูปแบบที่ทุกฝ่ายในงานก่อสร้างสามารถเข้าใจได้ตรงกัน ตั้งแต่รูปทรง ขนาด วัสดุ ไปจนถึงระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร

แบบก่อสร้างไม่ได้มีแค่แผ่นเดียว แต่เป็นชุดเอกสารที่ประกอบกันหลายส่วน แต่ละส่วนจะมีรายละเอียดของงานก่อสร้างที่แตกต่างกัน การที่ทุกฝ่ายมีแบบก่อสร้างชุดเดียวกันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานก่อสร้างเดินหน้าได้โดยไม่สับสนหรือเกิดความผิดพลาดในระหว่างการก่อสร้าง


แบบก่อสร้างประกอบด้วยรายละเอียดอะไรบ้าง?

แบบก่อสร้างที่สมบูรณ์จะรวมข้อมูลทุกมิติของตัวอาคารเอาไว้ในชุดเดียว เพื่อให้ผู้รับเหมาและช่างก่อสร้างสามารถดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยมีส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้

  • สารบัญแบบ เป็นเหมือนสารบัญของชุดเอกสาร เพื่อระบุหัวข้อและรายละเอียดของรายการประกอบแบบในแต่ละหัวข้อ
  • รายการสัญลักษณ์และคำย่อ รวมคำย่อและสัญลักษณ์เทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ภายในแบบก่อสร้าง
  • แบบฟอร์มและข้อมูลโครงการ รวมข้อมูลพื้นฐานและรายละเอียดของแผนโครงการก่อสร้าง
  • แบบอาคาร มีทั้งแบบสถาปัตยกรรมที่แสดงภาพรวมของอาคาร (แบบแปลน รูปด้าน รูปตัด) และแบบวิศวกรรมที่ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคแยกตามสาขา เช่น โครงสร้าง ไฟฟ้า และสุขาภิบาล 
  • รายการประกอบแบบ เอกสารที่เขียนอธิบายรายละเอียดเชิงลึกของงานก่อสร้าง
  • รายการแสดงปริมาณวัสดุและราคา เอกสารแสดงต้นทุนทั้งหมดของงานก่อสร้าง ทั้งค่าแรง ค่าวัสดุ และค่าดำเนินการต่าง ๆ

แบบก่อสร้างมีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง?

แบบ

แบบก่อสร้างไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่จะแบ่งออกตามสาขาความเชี่ยวชาญของผู้ออกแบบและขอบเขตของงาน โดยในโครงการบ้านพักอาศัยหรืออาคารทั่วไปมักพบแบบก่อสร้างอยู่ 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. แบบก่อสร้างสถาปัตย์

แบบสถาปัตย์ คือแบบก่อสร้างที่กำหนด รูปร่าง ขนาด ความสวยงาม และฟังก์ชันของตัวบ้านทั้งหมด ตั้งแต่ผังพื้น รูปด้าน รูปตัด ไปจนถึงรายละเอียดของผนัง ฝ้าเพดาน และช่องเปิดต่าง ๆ

สำหรับบ้านที่ต้องการแต่งผนังบ้านด้วยวัสดุตกแต่งหรือกั้นพื้นที่ใหม่ แบบสถาปัตย์จะระบุอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนไหนต้องใช้ผนังประเภทใด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือกวัสดุให้ตรงกับโครงสร้างที่ออกแบบไว้

2. แบบตกแต่งภายใน

แบบตกแต่งภายในจะเป็นแบบก่อสร้างที่เจาะลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ภายในอาคาร โดยจะระบุวัสดุปูพื้น ผนังเบา ฝ้าเพดาน เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน และรายละเอียดงานตกแต่งอื่น ๆ ถ้าหากกำลังวางแผนแต่งห้องนั่งเล่น แต่งห้องนอน หรือออกแบบพื้นที่ใช้สอยใหม่ แบบประเภทนี้คือสิ่งที่นักออกแบบภายในใช้เป็นหลัก

3. แบบวิศวกรรมก่อสร้าง

แบบวิศวกรรมหรือแบบโครงสร้างจะถูกจัดทำโดยวิศวกรโครงสร้าง ซึ่งจะระบุขนาดและตำแหน่งของเสา คาน ฐานราก พื้น และส่วนรับน้ำหนักทั้งหมด เป็นแบบที่กำหนดความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารโดยตรง ต้องผ่านการรับรองโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาตก่อนนำไปใช้ก่อสร้าง

4. แบบงานระบบไฟฟ้า

แบบไฟฟ้าเป็นแบบก่อสร้างที่แสดงตำแหน่งของแผงไฟ สายไฟ เต้ารับ สวิตช์ โคมไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในอาคาร การมีแบบไฟฟ้าที่ชัดเจนจะช่วยให้ช่างไฟสามารถเดินสายได้ถูกต้องตามมาตรฐานและไม่ขัดกับงานโครงสร้างหรืองานสถาปัตย์

5. แบบงานระบบประปาและสุขาภิบาล

แบบระบบประปาเป็นแบบก่อสร้างที่ระบตำแหน่งระบบน้ำดีและน้ำเสีย เช่น ท่อจ่ายน้ำ ท่อระบายน้ำทิ้ง บ่อดักไขมัน รวมถึงอ่างล้างมือ ชักโครก และอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับงานแต่งห้องน้ำและผนังห้องครัว ที่ต้องวางตำแหน่งท่อตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง 


แบบก่อสร้างมีวิธีอ่านยังไง?

หลายคนอาจรู้สึกว่าการอ่านแบบก่อสร้างเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเข้าใจวิธีอ่านเบื้องต้น ก็สามารถอ่านแบบเองในระดับที่ใช้สื่อสารกับช่าง ผู้รับเหมา และวิศวกรได้ โดยจะมีวิธีดู ดังนี้

  1. เริ่มจากหน้าสารบัญแบบ ดูก่อนว่าชุดแบบก่อสร้างที่ได้รับมีกี่แผ่น แต่ละแผ่นคือแบบประเภทใด เพื่อให้เข้าใจภาพรวมก่อนลงรายละเอียด
  2. อ่านสัญลักษณ์และ Scale แบบก่อสร้างทุกแผ่นจะระบุมาตราส่วน (Scale) เช่น 1:100 หมายความว่า 1 ซม. ในแบบ = 100 ซม. ในงานจริง และมีตารางสัญลักษณ์อธิบายความหมายของเส้น สี และสัญลักษณ์ต่าง ๆ
  3. อ่านผังพื้นก่อนเสมอ ผังพื้นคือแผนที่ของอาคาร เมื่อเข้าใจผังพื้นแล้ว การอ่านรูปด้านและรูปตัดจะสัมพันธ์กันทันที
  4. ตรวจสอบตัวเลขขนาด ตัวเลขบนแบบ คือข้อมูลที่ต้องยึดถือเสมอ ไม่ควรวัดจากแบบแล้วคูณ Scale เอง เพราะอาจมีความผิดพลาดจากการพิมพ์
  5. อ่านรายการประกอบแบบควบคู่ ตัวเลขและเส้นในแบบจะมีความหมายสมบูรณ์ก็ต่อเมื่ออ่านร่วมกับรายการประกอบแบบที่ระบุสเปกราคาวัสดุก่อสร้างและมาตรฐานการติดตั้ง

แบบก่อสร้างกับแบบขออนุญาตก่อสร้างเหมือนกันไหม?

ก่อสร้าง

แบบก่อสร้างกับแบบขออนุญาตก่อสร้าง ถึงแม้ว่าเอกสารทั้ง 2 จะมีหน้าตาคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการใช้งานที่ต่างกันชัดเจนดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบแบบก่อสร้างแบบขออนุญาตก่อสร้าง
วัตถุประสงค์ใช้เป็นคู่มือสำหรับการก่อสร้างจริงใช้ยื่นต่อหน่วยงานราชการเพื่อขออนุญาตก่อสร้าง
ผู้ใช้งานผู้รับเหมา ช่าง วิศวกรหน้างานเจ้าของโครงการ สถาปนิก เจ้าหน้าที่ราชการ
ช่วงเวลาที่ใช้ระหว่างการก่อสร้างก่อนเริ่มก่อสร้าง เพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง
ความละเอียดของแบบละเอียดมาก มีทุกมิติของงานระดับกลาง เน้นให้ถูกกฎหมายผังเมืองและอาคาร
สเปกวัสดุก่อสร้างบ้านระบุสเปกวัสดุและมาตรฐานการติดตั้งครบถ้วนไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดวัสดุ

พูดง่าย ๆ คือ แบบขออนุญาตใช้เพื่อขอผ่านจากหน่วยงานราชการ ส่วนแบบก่อสร้างใช้เพื่อทำให้เกิดขึ้นจริง โดยทั้งสองต้องมีไว้คู่กัน และในหลายโครงการยังมี As-Built Drawing อีกชุดหนึ่ง ซึ่งจัดทำขึ้นหลังงานเสร็จเพื่อบันทึกว่าก่อสร้างจริงออกมาแตกต่างจากแบบเดิมอย่างไรบ้าง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. แบบก่อสร้างกับ Shop Drawing ต่างกันยังไง?

Shop Drawing คือแบบที่ผู้รับเหมาหรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างทำขึ้นเพื่อแสดงรายละเอียดการผลิตหรือติดตั้งในส่วนงานเฉพาะ เช่น โครงเหล็ก หรืองานระบบ โดยนำข้อมูลจากแบบก่อสร้างมาขยายรายละเอียดให้มากขึ้น และต้องผ่านการอนุมัติจากสถาปนิกหรือวิศวกรก่อนนำไปใช้งาน

2. ใครเป็นคนเขียนแบบก่อสร้าง?

การเขียนแบบก่อสร้างเป็นหน้าที่ของสถาปนิก (สำหรับแบบสถาปัตย์และตกแต่งภายใน) และวิศวกร (สำหรับแบบโครงสร้าง ไฟฟ้า และระบบประปา) ทั้งหมดต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพถูกต้อง เพราะแบบก่อสร้างบางส่วนต้องมีลายเซ็นรับรองจากผู้มีใบอนุญาตก่อนยื่นขออนุญาต

3. ถ้าไม่มีแบบก่อสร้าง สามารถสร้างบ้านได้ไหม?

ในทางกฎหมาย การก่อสร้างอาคารในพื้นที่ควบคุมต้องยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้างก่อนเสมอ ซึ่งก็หมายความว่าต้องมีแบบที่จัดทำโดยผู้มีใบอนุญาต และในทางปฏิบัติการสร้างบ้านโดยไม่มีแบบก่อสร้างที่ชัดเจนมักนำไปสู่งานที่ไม่ตรงสเปก ต้นทุนบานปลาย และอาจเกิดปัญหาโครงสร้างตามมาในระยะยาว


จากแบบก่อสร้างสู่การเลือกวัสดุให้ตรงสเปกกับยิปซัมตราช้าง

แบบก่อสร้างถือได้ว่าเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้ผู้รับเหมา ช่าง และวิศวกรหน้างาน เห็นภาพเดียวกันของทั้งโครงการ เพื่อผสานการทำงานกันในแต่ละฝ่ายให้เป็นไปในทางเดียวกัน ทั้งงานสถาปัตย์ งานตกแต่งภายใน งานวิศวกรรม งานระบบไฟฟ้า ไปจนถึงงานระบบประปา

เมื่อเข้าใจแบบก่อสร้างแล้ว ขั้นตอนการเลือกวัสดุก่อสร้างให้ตรงตามสเปกที่ระบุในแบบก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะงานผนังและฝ้าเพดานที่ส่งผลต่อทั้งความสวยงามและความแข็งแรงของบ้าน

ยิปซัมตราช้าง คือแบรนด์วัสดุก่อสร้างที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานทุกประเภท ทั้งแผ่นยิปซัมกั้นห้อง งานฝ้า และงานตกแต่งภายในอื่น ๆ ด้วยคุณภาพมาตรฐานที่สถาปนิกและวิศวกรไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ใดก็รองรับได้ครบ

สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่สนใจได้ที่ร้านผู้แทนจำหน่ายเอสซีจีและร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ หรือค้นหาข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่